วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จอดรถติดเครื่อง.. เลิกเสียทีเถอะ !


ปัจจุบัน รถยนต์เพิ่มจำนวนขึ้นมาก นอกจากจะทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้สภาพอากาศเป็นพิษมากขึ้นด้วย

ไอเสียที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ มีทั้งไอ เขม่า ควันดำ ยางเหนียว ฯลฯ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ก๊าซพิษต่าง ๆ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ไนโตรเจนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฯลฯ ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง


ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (carbon monoxide) ที่ขับออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงแทรกตัวอยู่ในอากาศโดยที่ผู้คนจำนวนมาก สูดหายใจเข้าไปในร่างกายโดยไม่ทันรู้สึกตัว

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซพิษร้ายแรง มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย มึนงง ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน หากได้รับเข้าไปในปริมาณมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้


จึงควรหลีกเลี่ยงการสัญจร หรืออยู่ในบริเวณที่มีการจราจรคับคั่ง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

งดการออกกำลังกายริมถนน หรือในบริเวณที่มีรถจอดติดเครื่อง เพราะในขณะออกกำลังกาย ปอดและหัวใจทำงานอย่างเต็มที่ เป็นสภาวะที่ร่างกายมีโอกาสรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปเป็นจำนวนมาก


การสูดหายใจเอาไอเสียจากรถยนต์เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจวายและเส้นโลหิตอุดตัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ และผู้ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ถนนใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด และไม่ควรวิ่งออกกำลังกายในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนหรือใกล้ถนนใหญ่

นอกจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์แล้ว ไอเสียที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ ยังประกอบด้วยสารพิษอีกหลายชนิด ได้แก่

ไฮโดรคาร์บอน เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้แสบตา แสบจมูก ระคายเคืองต่อหลอดลมและปอด รบกวนระบบทางเดินหายใจ

ไนโตรเจนออกไซด์  ทำให้ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ   ทำให้เชื้ออสุจิอ่อนแอ ทำให้เป็นหมันและมีบุตรยาก

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นก๊าซพิษ ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เพราะเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น จมูก ลำคออักเสบ ถ้าสูดเข้าไปเป็นประจำ จะทำให้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถ้ามากทำให้ลิ้นไก่สั้น เกิดการหดเกร็ง ปิดทางเดินหายใจ เสียชีวิตได้ทันที สำคัญที่สุดคือ ก๊าซนี้เป็นอันตรายต่อปอด เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหอบหืด

และที่สร้างปัญหามากที่สุดคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก ทำให้สภาวะอากาศแปรปรวน เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต


องค์การอนามัยโลก ประกาศให้ไอเสียรถยนต์เป็นสารก่อมะเร็ง เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปอด และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดก้อนเนื้อในกระเพาะปัสสาวะ


ไอเสียรถยนต์เป็นอันตรายต่อสุขภาพยิ่งกว่าควันพิษของบุหรี่ แต่กลับเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ไม่มีการรณรงค์ให้ลดการปล่อยไอเสียรถยนต์ เหมือนเช่นการรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่ 

ทั้งๆ ที่ไอเสียรถยนต์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากกว่า ไม่จำเป็นต้องไปเสาะหา เพราะเป็นมลพิษที่กระจายอยู่ทั่วไป แม้พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็อาจมีรถมาจอดติดเครื่อง นำไอเสียมาส่งถึงบ้านได้

แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้ที่สูดดมไอเสียรถยนต์เข้าสู่ร่างกาย คือผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เป็นผู้ที่รับเคราะห์จากการกระทำซึ่งตนไม่ได้ก่อขึ้น  ส่วนผู้ที่จอดรถติดเครื่องยนต์ไว้ กลับไม่เดือดร้อน เพราะนั่งสบายอยู่ภายในรถ ปิดกระจก เปิดแอร์เย็นสบาย โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยว่า กำลังปล่อยไอเสียทำร้ายผู้อื่น


ในขณะที่ผู้คนทั่วไปตระหนักถึงพิษภัยจากควันบุหรี่ และกำหนดเขตปลอดบุหรี่ขึ้น ก็น่าจะมีการกำหนดเขตปลอดมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ขึ้นบ้าง เช่น ห้ามจอดรถติดเครื่องในสวนสาธารณะ ในลานจอดรถรวมถึงอาคารจอดรถ ในสถานที่ ๆ มีผู้คนมาออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ


แม้แต่ตามตรอกซอย ในตลาดสด ก็ไม่ควรจอดรถติดเครื่องโดยไม่จำเป็น เพราะในขณะที่จอดรถติดเครื่องยนต์ จะเป็นช่วงเวลาที่ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ถูกปล่อยออกมาจากท่อไอเสียมากที่สุด และหากการถ่ายเทอากาศไม่ดีพอ มลพิษจะสะสมและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ที่ต้องอยู่ในบริเวณนั้น และผู้ที่สัญจรผ่านไปมา มลพิษบางส่วนสามารถผ่านเข้าไปในรถยนต์ เป็นอันตรายต่อผู้อยู่ในรถ


ผลงานวิจัยจากหลาย ๆ สถาบัน ยืนยันตรงกันว่า ไอเสียรถยนต์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจตั้งแต่แรกเกิด เช่น หอบหืดและภูมิแพ้ 


ทารกได้รับความเสี่ยงตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เพราะรกไม่ได้ป้องกันมารดาจากการสัมผัสกับมลพิษ เมื่อมลพิษเข้าสู่ระบบการไหลเวียนโลหิตของทารกในครรภ์ จะมีผลกระทบอย่างมากต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก อาจส่งผลให้ทารกเกิดมาพร้อมกับสติปัญญาต่ำ ภาวะเจ็บป่วยต่าง ๆ และมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน


วารสารทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาได้เคยรายงานผลการศึกษาวิจัยว่า ไอเสียรถยนต์เป็นเหตุให้คลอดบุตรที่ไม่สมประกอบได้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่สองของการตั้งครรภ์ หากได้รับมลพิษมากเท่าใด โอกาสที่จะคลอดบุตรที่มีหัวใจไม่สมประกอบก็มีมากขึ้น


จากการศึกษาวิจัยในหลาย ๆ ประเทศยังพบว่า ไอเสียรถยนต์เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ 

นอกจากนี้ ไอเสียรถยนต์ยังส่งผลต่อการทำหน้าที่ของสมอง ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และจดจำลดลง 

จึงไม่แปลกใจเลยว่า เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดี สามารถผ่านการสอบคัดเลือกเข้าไปศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีชื่อเสียง มักจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลางถึงฐานะดี เพราะการเดินทางไปเรียนหนังสือในแต่ละวัน ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะปรับอากาศ มีโอกาสและทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยง ไม่ต้องเผชิญกับพิษของไอเสียรถยนต์ 


ในขณะที่เด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลางถึงยากจน มักจะมีผลการเรียนที่ไม่ค่อยดี เพราะต้องเดินเท้า ใช้บริการรถประจำทางไม่ปรับอากาศ หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ สูดดมไอเสียเข้าสู่ร่างกายทุกวัน เป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพของสมองและสติปัญญา

มีรายงานในวารสารระบาดวิทยาของประเทศสหรัฐอเมริกายืนยันว่า เด็กที่มีถิ่นฐานพักอาศัยในบริเวณที่อากาศเป็นพิษจากไอเสียรถยนต์ จะมีระดับเชาวน์ปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้จดจำ ต่ำกว่าเพื่อนนักเรียนที่พักอาศัยอยู่ในที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์

กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ ๆ มีสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปล่อยไอเสียของยานพาหนะ

ในขณะที่การเจริญเติบโตของประเทศมากระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวง กรุงเทพมหานครจึงเป็นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพและพักอาศัยไม่เฉพาะแต่คนกรุงเทพฯ แต่รวมถึงคนต่างจังหวัดด้วย เมื่อระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมีไม่เพียงพอ ความต้องการรถยนต์ส่วนตัวจึงมีมากขึ้น  ผลที่ตามมาคือ นอกจากจะทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้สภาพอากาศเป็นพิษมากขึ้นด้วยเช่นกัน


การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่พอจะทำได้ในขณะนี้คือ ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถ และติดเครื่องยนต์เมื่อจำเป็นเท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ใช้รถทุก ๆ ท่าน


ในหลาย ๆ ประเทศ มีกฏหมายห้ามจอดรถติดเครื่อง และมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบที่จะช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม 


ในประเทศไทย การจอดรถโดยติดเครื่องยนต์ไว้มีให้เห็นอยู่ทั่วไปจนดูเป็นเรื่องปรกติ แทบจะกล่าวได้ว่า ที่ใดมีรถจอด ที่นั่นจะมีรถจอดติดเครื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญที่จะประชาสัมพันธ์หรือรณรงค์เพื่อช่วยลดมลพิษอันเกิดจากไอเสียรถยนต์



จึงเป็นภาระหน้าที่ของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองเมื่อถูกละเมิด ด้วยการบอกกล่าวตักเตือน อย่าให้มีใครแสดงความเห็นแก่ตัว ด้วยการนั่งอยู่ภายในรถที่ติดเครื่องยนต์ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังเพลง คุยโทรศํพท์ หรือนอน แล้วพ่นไอเสียทำร้ายผู้อื่น


ซึ่งก็ไม่แน่ว่า การปกป้องสิทธิของตนเองในลักษณะนี้จะได้ผลเสมอไป บ่อยครั้งนำมาซึ่งความบาดหมางใจ และการทะเลาะวิวาท


ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวจำนวนไม่น้อย เคยประสบปัญหากลิ่นไอเสียเล็ดรอดเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้เวียนศีรษะ ปัญหาแม้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ยังทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกหงุดหงิด รับไม่ได้  แต่ในขณะเดียวกัน เราอาจจะลืมไปว่า รถที่เรากำลังขับขี่อยู่นั้น ก็พ่นไอเสียออกไปรบกวนผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนเช่นกัน ขนาดเรานั่งอยู่ภายในห้องโดยสารที่กระจกปิดสนิท เรายังรู้สึกไม่สบาย แล้วผู้คนที่อยู่บนท้องถนน ไม่มีเครื่องป้องกัน ต้องสูดดมไอเสียรถยนต์เข้าไปในร่างกาย รวมถึงไอเสียจากรถยนต์ที่เราจอดติดเครื่องไว้ด้วย จะเดือดร้อนรำคาญขนาดไหน


ผู้ขับขี่รถยนต์ย่อมทราบอยู่แก่ใจว่า ไอเสียที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงที่จะสูดดมเข้าสู่ร่างกาย  แต่แทนที่จะช่วยกันลดปัญหามลพิษด้วยการดับเครื่องยนต์เมื่อจอด ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อย กลับแก้ปัญหาให้เฉพาะกับตนเอง ด้วยการนั่งอยู่ภายในรถ ปิดกระจกมิดชิด ติดเครื่องยนต์ เปิดเครื่องปรับอากาศ ไม่ให้ไอเสียเข้ามาภายในรถ แต่ปล่อยไอเสียออกไปทำร้ายผู้อื่นแทน


เราไม่ใช่ครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่บนโลกเล็ก ๆ ใบนี้ เพื่อนมนุษย์ของเราก็มีครอบครัว มีลูกหลาน มีคนที่เขารักและห่วงใยสุขภาพเช่นเดียวกับเรา ต้องการอากาศที่บริสุทธิ์สำหรับหายใจเช่นเดียวกับเรา


ในปัจจุบัน ผู้คนเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น การรักษาสุขภาพร่างกายให้ดีนั้น หลักการพื้นฐานก็เริ่มด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อยู่ในที่ ๆ มีอากาศบริสุทธิ์ ฯลฯ


แต่ในความเป็นจริง อากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ มีน้อยลงทุกที การเดินหรือวิ่งออกกำลังกาย ทำได้เฉพาะในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งมีไม่เพียงพอ ไม่สะดวกในการเดินทาง  ตามตรอกซอกซอยใกล้บ้านที่เคยเงียบสงบ ที่ผู้คนเคยใช้เดิน-วิ่งออกกำลังกาย ก็เต็มไปด้วยรถยนต์วิ่งกันขวักไขว่ บ้างก็จอดติดเครื่อง ปล่อยไอเสียและกลิ่นควันรถรบกวนผู้อยู่อาศัย  การออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ในสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษเช่นนั้น นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นโทษต่อร่างกายอีกด้วย


ในขณะที่เราเฝ้ารอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพออกมารณรงค์เพื่อลดปัญหามลพิษในอากาศ เรากลับเห็นความพยายามในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้คนหันมาใช้จักรยาน ทั้ง ๆ ที่เราท่านต่างทราบดีว่า เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ  ผู้ขี่จักรยาน นอกจากจะสูดดมไอเสียรถยนต์บนท้องถนนแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกรถยนต์เฉี่ยวชนให้ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย  จักรยานจึงดูจะเหมาะสำหรับการออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะ หรือนำมาขี่บนถนนใหญ่เฉพาะในวัน Car-Free Day เท่านั้น


ในแต่ละปี มีผู้คนทั่วโลกนับล้านที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยโรคในระบบทางเดินหายใจอันมีสาเหตุมาจากมลพิษในอากาศ และรัฐต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความตั้งใจจริงที่จะสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ก็ควรที่จะเริ่มรณรงค์ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงพิษภัยจากไอเสียของรถยนต์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน และสร้างจิตสำนึกที่จะร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อลดมลพิษลงอย่างยั่งยืน !


* โปรดนำบทความนี้ไปเผยแพร่ต่อ *
เพื่อช่วยลดมลพิษในอากาศที่ทุกท่านต้องใช้สูดหายใจ

2 ความคิดเห็น:

  1. ข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย
    ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ
  2. ข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย
    ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ