วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

พลังชีวิต มิตรประชาฯ - งานเผยแผ่ธรรมะกับกิจกรรมปิดทองหลังพระ


ท่านที่ชอบฟังธรรมะทางวิทยุ คงเคยได้ยินชื่อ คณะมิตรประชา ทอ. 01 มีนบุรี  จัดรายการธรรมะออกอากาศที่คลื่นความถี่ 945 กิโลเฮิรตซ์ ในระบบ เอ.เอ็ม. ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึงเวลา 12:30 น.

เริ่มเวลา 09:00 น. ด้วยรายการ มรดกธรรม เป็นการนำเสียงเทศน์ของครูบาอาจารย์มาเปิดให้ฟัง ถัดมาเป็นรายการ มิตรประชา นานาสาระ ซึ่งทุกครั้งที่เริ่มรายการ คุณยุทธนา เพ็งปาน ผู้ดำเนินรายการ จะทักทายท่านผู้ฟังด้วยคำว่า "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ  ขอสวัสดีกับท่านผู้ฟังที่เคารพทุก ๆ ท่าน  รายการมิตรประชา นานาสาระ ก็มาแล้ว ...( ฯลฯ ).....  สาธุ"  หลังจากนั้นก็เป็นรายการ เก็บตกจาก 01 นำเสนอเรื่อง กฎแห่งกรรม ของคุณ ท.เลียงพิบูลย์  เสียงอ่านโดยคุณอาคม ทันนิเทศ  ต่อมาก็เป็น วรรณกรรมทางอากาศ นำเสนอเรื่อง สามก๊ก ผู้ชนะสิบทิศ พม่าเสียเมือง ศิษย์โง่ไปเรียนเซ็น ฯลฯ สลับไปมา เสียงอ่านโดยคุณอาคม ทันนิเทศ อีกเช่นกัน  ปิดท้ายด้วยรายการ สารคดีธรรม เป็นพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

คุณอาคม ทันนิเทศ มีเสียงอ่านหนังสือที่น่าฟังมาก กล่าวได้ว่า เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวหนังสือออกมาเป็นเสียง ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงเรื่องราวที่กำลังฟัง เกิดจินตนาการและอารมณ์คล้อยตาม

คุณอาคม ทันนิเทศ
รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ สังข์เงิน ประจำปี พ.ศ. 2522
ในสาขาวิทยุกระจายเสียงเพื่อประโยชน์ของสังคม
จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์
แต่เดิม รายการของคณะมิตรประชาฯ มีคุณอาคม ทันนิเทศ เป็นผู้ดำเนินรายการมากว่าสามสิบปี  หลังจากท่านถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2542 คุณยุทธนา เพ็งปาน ก็รับหน้าที่ดำเนินรายการแทนมาถึงปัจจุบัน

ด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ และน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยเมตตาของท่านผู้ดำเนินรายการ ทำให้มีผู้ติดตามรับฟังเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย และมีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อร่วมกิจกรรมกับคณะมิตรประชาฯ มากกว่าสี่พันครัวเรือนในปัจจุบัน

นอกจากงานเผยแผ่พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ในแต่ละเดือน คณะมิตรประชาฯ พร้อมด้วยสมาชิก จะนำผ้าป่าไปทอดถวายตามวัดต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาค ไปเป็นหมู่คณะ คราวละสองร้อยถึงห้าร้อยคน เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่หลาย ๆ คัน  ใช้เวลาสี่ถึงห้าวัน ไปแต่ละครั้งก็ไม่น้อยกว่ายี่สิบงานบุญ  ปีหนึ่งรวมแล้วก็มีสองร้อยถึงสามร้อยงานบุญเป็นอย่างน้อย

ผลงานที่สร้างไว้ มีทั้งโบสถ์ วิหาร พระประธาน ศาลาการเปรียญ เมรุเผาศพ โรงพยาบาล โรงเรียน ถนนหนทาง สะพาน แท็งค์น้ำ ห้องสุขา ฯลฯ นอกจากถาวรวัตถุอันปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว คณะมิตรประชาฯ ยังให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรอาพาธ ผู้ป่วยยากไร้ สนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ช่วยเหลือนักเรียนในชนบทที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส ไถ่ชีวิตโค-กระบือ ฯลฯ

การพักค้างแรมอาจจะไม่สะดวกสบายนักเพราะนอนวัด แต่จัดทุกครั้ง ที่นั่งก็เต็มทุกครั้ง  บางท่านที่ยังหาโอกาสร่วมเดินทางไปด้วยไม่ได้ ก็จะฝากปัจจัยไปทำบุญแทน  หลังจากกลับจากงานบุญ ท่านผู้ดำเนินรายการก็จะเปิดเพลง "ชาวดง" เป็นสัญญลักษณ์เมื่อเริ่มเข้ารายการ จากนั้นจะนำเรื่องราวต่าง ๆ ตลอดการเดินทางมาถ่ายทอดให้ฟัง รวมทั้งนำเสียงของครูบาอาจารย์ที่บันทึกไว้ มาเปิดให้กับท่านผู้ฟังรายการได้รับฟังกันด้วย

คุณอาคม ทันนิเทศ (ซ้าย) 
ขณะสนทนากับคุณทองหยก (ท.) เลียงพิบูลย์ (ขวา)
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2525
อีกกิจกรรมหนึ่งของคณะมิตรประชาฯ ที่ทำเป็นประจำทุกเดือนคือ การจัดพิมพ์หนังสือธรรมะแจกให้กับสมาชิกและผู้สนใจ รวมทั้งห้องสมุดและเรือนจำทั่วประเทศ เงินที่ใช้จัดพิมพ์หนังสือ เป็นเงินของท่านผู้ฟังรายการแล้วเกิดศรัทธา ช่วยกันบริจาคเข้าบัญชี ทุนนิธิ อาคมธรรมทาน โดยรายนามผู้บริจาคจะปรากฎอยู่ท้ายเล่มหนังสือ

นอกจากนี้ ยังมีบัญชี ทุนนิธิ สงบ อนามิส แจ่มพัฒน์ ซึ่งเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร และบัญชีอื่น ๆ เช่น บัญชีอุปถัมภ์รายการธรรมะ บัญชีถวายการรักษาพระภิกษุสามเณรอาพาธ บัญชีภัตตาหารถวายพระภิกษุสามเณร บัญชีบำรุงการศึกษาพระภิกษุสามเณร บัญชีสงเคราะห์ผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลภูมิพล บัญชีไถ่ชีวิตโค-กระบือ บัญชีซื้อโลงศพให้กับผู้เสียชีวิตอนาถา เป็นต้น

มีท่านผู้ฟังทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิก ส่งปัจจัยไปร่วมทำบุญ ทางธนาณัติบ้าง โดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารบ้าง  หรือแม้แต่เดินทางไปทำบุญด้วยตนเองที่สถานีวิทยุฯ  เมื่อคณะมิตรประชาฯ ได้รับปัจจัยแล้ว ก็จะแยกลงบัญชีแต่ละงานบุญให้ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และจะใช้เวลาช่วงท้ายรายการ "มิตรประชา นานาสาระ" อนุโมทนาออกอากาศ เป็นการแจ้งให้กับท่านที่ส่งปัจจัยไปร่วมทำบุญได้ทราบไปในตัวว่า ปัจจัยที่ส่งมานั้นได้รับแล้ว

คำอนุโมทนาและอุทิศส่วนกุศล ซึ่งคุณยุทธนา เพ็งปาน ผู้ดำเนินรายการ มักจะกล่าวปิดท้ายรายการอยู่เสมอ ๆ จนท่านผู้ฟังรายการจำได้ มีเนื้อหาไพเราะและครอบคลุมดี จึงขออนุญาตนำมาบอกเล่าไว้ ณ ที่นี้ ดังนี้ ..

"บุญกุศลใดก็ตาม ที่ได้ทำมาแล้วในอดีต

หรือกำลังสร้างสมบุญบารมีอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันนี้
ขอจงเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย
ให้ทุกท่านทุกคน ได้มองเห็นความทุกข์
รู้เท่าทันในความทุกข์ และพ้นจากความทุกข์
ถ้าหากมีความสุขอยู่ ก็ขอให้มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป
สิ่งใดที่ชอบ ประกอบด้วยธรรม
จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ

ขออุทิศบุญกุศลทั้งหลาย
ให้กับพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา สามีภรรยา ลูกหลานเหลน
เจ้ากรรมนายเวร ผู้มีคุณอุปการคุณ
ญาติสนิทมิตรสหาย ครูบาอาจารย์ 
สรรพสัตว์ทั้งหลาย มนุษย์ผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตาย
ขอจงได้รับส่วนบุญส่วนกุศลในครั้งนี้
และขอให้ท่านเหล่านั้น จงได้โปรดอนุโมทนาในบุญในกุศลนี้ด้วยเทอญ สาธุ"

ใครจะบริจาคมากน้อย ท่านผู้ดำเนินรายการก็อนุโมทนากับทุกท่านเสมอกัน  ทุกบาททุกสตางค์ที่รับเข้ามา ถือเป็นข้อปฏิบัติว่าจะต้องนำไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคโดยเคร่งครัด  กิจกรรมต่าง ๆ ที่คณะมิตรประชาฯ ทำร่วมกับสมาชิก เป็นไปในลักษณะของการปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง ไม่มุ่งหวังชื่อเสียงลาภยศ คำสรรเสริญหรือสิ่งตอบแทนใด ๆ  เพราะทุกท่านทราบอยู่แก่ใจดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ และ การทำความดีก็ไม่จำเป็นต้องอวดหรือประกาศให้ใครรู้ เพราะบุญคือความสุขใจกับความสำเร็จในกิจการงานที่ทำ เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์ในตัวอยู่แล้ว

ท่านที่รับฟังข่าวสารบ้านเมือง ข่าวเศรษฐกิจ จนหัวสมองพองโต อยากเปลี่ยนมาฟังรายการที่สงบเย็นบ้าง ลองหมุนคลื่นวิทยุของท่านมาที่ เอ.เอ็ม. 945 หรือหากที่บ้านท่านมีผู้สูงอายุ ผู้ที่กำลังตกงาน ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทุกข์ยากในชีวิต ท้อแท้ สิ้นหวัง รายการต่าง ๆ ที่ออกอากาศทางคลื่นวิทยุแห่งนี้จะช่วยคลายทุกข์และสร้างเสริมกำลังใจให้กับทุกท่านได้เป็นอย่างมาก

ที่คลื่น เอ.เอ็ม. 945 นี้ เปิดสถานีแต่เช้ามืด มีธรรมะให้ฟังตลอดทั้งวัน  ช่วงเช้า ก่อนรายการของคณะมิตรประชาฯ จะมีพระธรรมเทศนาของพระสุนทรธรรมภาณ หรือท่านพระอาจารย์สมชาติ ธมฺมโชโต แห่งสำนักปฏิบัติแสงธรรมส่องชีวิต  หลังรายการของคณะมิตรประชาฯ จะเป็นการบรรยายพระอภิธรรมโดยท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ช่วงบ่ายถึงเย็นก็มีรายการธรรมะจัดโดยคุณสุพจน์ รัศมีสวนสร้อย คุณบรรเจิด สังข์สวน  คุณฐากูร เกิดรัตน์ อาจารย์ยุพา อร่ามกุล ฯลฯ ช่วงค่ำก็ยังมีธรรมะให้ฟังต่อไปอีก

สำนักงานของคณะมิตรประชาฯ ตั้งอยู่ที่ สถานีวิทยุทหารอากาศ 01 มีนบุรี ถนนนิมิตใหม่ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510  

ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางกับคณะมิตรประชาฯ ไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกเดือน สามารถติดตามรับฟังรายละเอียดได้ที่คลื่นความถี่ เอ.เอ็ม. 945 หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-914-6307 หรือ 02-914-6517  สำหรับท่านที่สนใจจะสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับหนังสือธรรมะไว้อ่านฟรีทุกเดือน หรือประสงค์จะส่งปัจจัยไปร่วมทำบุญ ก็ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ข้างต้น

อย่างไรก็ตาม ท่านผู้ดำเนินรายการกล่าวย้ำอยู่เสมอว่า ควรติดตามรับฟังรายการจนเข้าใจและเกิดศรัทธาเสียก่อน  เพียงท่านผู้ฟังรายการน้อมนำเอาคำสอนของครูบาอาจารย์ไปปฏิบัติ และอนุโมทนากับบุญที่ผู้อื่นได้กระทำ  ถึงแม้จะมิได้ส่งปัจจัยไปร่วมทำบุญ ก็ย่อมได้ทั้งปัญญาทั้งบุญด้วยเช่นกัน  คือ ปัตตานุโมทนามัย หรือบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาส่วนบุญที่ผู้อื่นได้กระทำนั่นเอง


คุณยุทธนา เพ็งปาน
ผู้สืบสานงานบุญต่อจากคุณอาคม ทันนิเทศ

แก้ไขเพิ่มเติมบทความ, ธันวาคม 2560 ( updated, December 2017 ) .....

ใด ๆ ในโลกล้วน อนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดาของโลก คณะมิตรประชาฯ ก็มิได้อยู่เหนือกฎแห่งไตรลักษณ์นี้ ราวปลายเดือนธันวาคม 2560 มีประกาศจากผู้ดำเนินรายการ แจ้งให้ทราบถึงความจำเป็นที่คณะมิตรประชาฯ ต้องยุติการออกอากาศทางสถานีวิทยุทหารอากาศ 01 มีนบุรี คลื่นความถี่ 945 กิโลเฮิรตซ์ ในระบบ เอเอ็ม  เพื่อเปิดทางให้กับผู้ประมูลรายใหม่เข้ามาจัดรายการแทน

ข่าวนี้สร้างความงุนงงสับสนให้กับผู้ฟังรายการเป็นอย่างมาก คณะพลังชีวิต มิตรประชาฯ จัดรายการธรรมะออกอากาศทางวิทยุมาช้านาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยเศษ คุณอาคม ทันนิเทศ เป็นผู้ดำเนินรายการ มีแฟนรายการติดตามรับฟังกันทั่วบ้านทั่วเมือง ต่อมาภายหลังเมื่อคุณอาคมถึงแก่กรรม คุณยุทธนา เพ็งปานและคุณสุวัชชัย นิ่มแย้ม สลับกันรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการเรื่อยมา จวบจนปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 60 ปี ได้รับการกล่าวขานชื่นชมว่าเป็นรายการธรรมะทางวิทยุกระจายเสียงที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย กาลเวลาที่ผ่านมามิใช่เพียงแค่ผ่านไป แต่ได้สร้างสมมิตรภาพและความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างผู้ดำเนินรายการกับผู้ฟัง ข่าวการยุติการออกอากาศของคณะมิตรประชาฯ จึงสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ฟังรายการเป็นอย่างมาก

ถึงแม้เราท่านจะพยายามทำใจให้ยอมรับว่า ในระบบทุนนิยม การจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับใครในช่วงเวลาใดนั้น จะพิจารณาจากตัวเลขผลตอบแทนที่ผู้จัดรายการเสนอให้กับสถานีเจ้าของคลื่นวิทยุ ผู้ใดเสนอผลประโยชน์ให้มากกว่า ผู้นั้นก็ชนะการประมูล แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่รายการดี ๆ กลับไม่มีพื้นที่ให้ออกอากาศ

หากมองในเชิงพาณิชย์เพียงมิติเดียว คงเป็นเรื่องยากลำบากไม่น้อยสำหรับคณะมิตรประชาฯ ที่จะไปแข่งขันช่วงชิงคลื่นวิทยุด้วยการเสนอผลตอบแทนสูง ๆ ให้กับสถานีเจ้าของคลื่น  ผู้ที่ติดตามรับฟังรายการมานานย่อมทราบดีว่า เงินที่คณะมิตรประชาฯ จัดหามาชำระค่าเช่าสถานีในแต่ละเดือนนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการช่วยโฆษณาสินค้าให้กับห้างร้านต่าง ๆ โดยเรียกเก็บค่าโฆษณาเพียงน้อยนิด เสมือนช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ผู้ฟังรายการบริจาคช่วยค่าสถานี ที่เรียกกันติดปากว่า อุปถัมภ์รายการธรรมะ  ลักษณะการจัดรายการ เน้นหนักไปด้านการเผยแผ่ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เชิญชวนให้เช่าบูชาวัตถุมงคล ไม่สนับสนุนให้หลงงมงายในเครื่องรางของขลังหรืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ไม่ขายอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ชูกำลัง การจัดรายการที่เน้นการให้ความรู้เป็นหลักในลักษณะนี้ จึงไม่สร้างเสริมรายได้ ในบางเดือน เงินในกองทุนอุปถัมภ์รายการธรรมะร่อยหรอลงจนน่าเป็นห่วง แต่ก็ประคองตัวรอดมาได้ทุกครั้งด้วยแรงศรัทธาของแฟนรายการ ช่วยสนับสนุนเพื่อให้รายการดี ๆ มีพื้นที่ยืนในสังคม

ในขณะที่ผลตอบแทนในเชิงพาณิชย์เป็นไปอย่างจำกัด แต่ในทางตรงกันข้าม ผลตอบแทนหรือประโยชน์ที่สังคมได้รับ กลับทวีคูณเพิ่มมากขึ้นโดยไม่อาจประเมินเป็นตัวเลขได้ หลาย ๆ ชีวิต หลาย ๆ ครอบครัว เปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ติดตามฟังรายการธรรมะของคณะมิตรประชาฯ เริ่มหันมาสำรวจตนเอง สิ่งใดบกพร่องก็แก้ไขปรับปรุง สิ่งใดที่ดีอยู่แล้วก็ทำให้เจริญงอกงามขึ้นไปอีก เชื่อว่าบุญบาปมีจริง รู้จักให้อภัย อโหสิให้กับผู้ที่เคยล่วงเกินทำร้าย มีความมุมานะอุตสาหะในการประกอบสัมมาชีพ มีกำลังใจเข้มแข็งที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ก็มองเห็นว่าเป็นธรรมดาของโลก รู้จักปล่อยวาง ฯลฯ

ในแต่ละวัน ผู้ฟังรายการจำนวนมาก มอบความไว้วางใจ ส่งเงินมาที่สถานีวิทยุทหารอากาศ 01 มีนบุรี เพื่อให้คุณยุทธนา เพ็งปาน และคณะมิตรประชาฯ ช่วยรับเป็นธุระนำไปทำบุญให้  วัดจำนวนนับร้อยนับพันแห่งในชนบทห่างไกล ได้รับอานิสงส์จากผ้าป่าที่คณะมิตรประชาฯ จัดไปทอดถวาย นำไปสร้างโบสถ์ วิหาร พระประธาน ศาลาการเปรียญ ศาลาปฏิบัติธรรม เมรุเผาศพ หอระฆัง รั้วกำแพง ถนนทางเดิน สะพาน ห้องสุขา สระน้ำ แทงค์น้ำ อาคารเรียน ห้องสมุด ฯลฯ ปรากฏเป็นรูปธรรมอยู่จนถึงทุกวันนี้ มีการจัดตั้งกองทุนภัตตาหาร กองทุนการศึกษา กองทุนสงฆ์อาพาธ สำหรับพระภิกษุสามเณร เด็กนักเรียนในชนบทห่างไกล ได้รับความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา จากกองทุนสงบ (อนามิส) แจ่มพัฒน์ ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส โรงพยาบาลหลายแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลภูมิพลในสังกัดกองทัพอากาศ ก็เคยได้รับเงินบริจาคจากผ้าป่าที่คณะมิตรประชาฯ จัดไปทอด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้อนาถา สร้างหอผู้ป่วย จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ฯลฯ อย่าว่าแต่การช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้แต่โค-กระบือ จำนวนไม่น้อย ก็รอดตายจากกองทุนไถ่ชีวิตโค-กระบือ

กล่าวได้ว่า การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของคณะมิตรประชาฯ ช่วยชักนำผู้ที่มีจิตเป็นกุศลจากทุกสารทิศให้มารวมกัน เสียสละกำลังกาย กำลังสติปัญญา กำลังทรัพย์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับสังคมและประเทศชาติ เป็นการเสียสละด้วยจิตอันบริสุทธิ์เพียงเพื่อต้องการสงเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ โดยมิต้องโน้มน้าวด้วยการอ้างสวรรค์หรือความมั่งคั่งร่ำรวยในชาตินี้ชาติหน้าเป็นสิ่งจูงใจ  ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 60 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างมิตรภาพ ความผูกพัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามหลักการพัฒนาแบบ "บวร" คือ บ้าน-วัด-โรงเรียน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแนวทางไว้



การสิ้นสุดลงของคณะมิตรประชาฯ  ย่อมส่งผลกระทบในเชิงลบเป็นวงกว้าง เมื่อห่วงโซ่แห่งความสัมพันธ์อันมีคณะมิตรประชาฯ เป็นศูนย์กลางถูกแยกออกจากกัน  บรรดาความช่วยเหลือต่าง ๆ ของผู้มีจิตอันเป็นกุศลย่อมส่งไม่ถึงมือผู้รับ ผู้ที่มองผลตอบแทนเพียงตัวเลขในเชิงพาณิชย์  ย่อมไม่อาจเข้าถึงหรือเข้าใจได้ ทำให้นึกเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ครั้งหนึ่งสถานีรถไฟคิวชิราทากิ (Kyu-shirataki) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือห่างไกลของเกาะฮอกไกโด ยอมเปิดบริการเดินรถเพียงเพื่อรับ-ส่งนักเรียนหญิงที่เป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวจนจบการศึกษา สถานีคิวชิราทากิแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 ตามคำร้องขอของชาวบ้านเพื่อให้ลูกหลานมีรถไฟโดยสารไปโรงเรียน ต่อมาทางการรถไฟฮอกไกโด มีความจำเป็นต้องปิดสถานีในปี พ.ศ. 2556 เนื่องจากแทบไม่มีผู้โดยสาร แต่ได้เปลี่ยนใจเดินรถต่อไปอีก 3 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2559 เมื่อพบว่า ยังมีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งต้องใช้ทางรถไฟสายนี้เดินทางไปโรงเรียนอยู่เป็นประจำ ข่าวนี้เป็นที่ชื่นชมของชาวญี่ปุ่นและผู้คนในอารยประเทศ จึงไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใด ญี่ปุ่นจึงเป็นชาติที่เข้มแข็งและสามารถพัฒนาประเทศไปอย่างรวดเร็วและยั่งยืน



ในประเทศไทยของเราก็เช่นกัน หากเอาแต่ประเมินคุณค่าของทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตัวเงินไปเสียหมด เราคงไม่มีสวนลุมพินี เพราะทำเลที่ตั้งมีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่าทองคำ  แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้เป็นรมณียสถานสำหรับพสกนิกร จึงทำให้ลูกหลานไทยทุกวันนี้ มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางใจเมือง สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในขณะที่พื้นที่โดยรอบ พากันกลายสภาพเป็นโรงแรมและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยเฉพาะกลุ่ม



วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10:45 น. หลังจากดำเนินรายการมาถึงช่วงท้าย คุณยุทธนา เพ็งปาน ได้กล่าวอำลาสถานีเพียงสั้น ๆ ด้วยความตื้นตันใจ พร้อมกับอนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านที่เคยร่วมทำบุญกับคณะมิตรประชาฯ ด้วยคำอนุโมทนาอันคุ้นหู คือ "บุญกุศลใดก็ตาม ที่ได้ทำมาแล้วในอดีตหรือกำลังสร้างสมบุญบารมีอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันนี้ ขอจงเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย ให้ทุกท่านทุกคน ได้มองเห็นความทุกข์..." จากนั้น อำลาผู้ฟังรายการด้วยเพลง “ลาก่อนสำหรับวันนี้” ขับร้องโดยคุณสุเทพ วงศ์กำแหง และ คุณสวลี ผกาพันธุ์

วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คุณสุวัชชัย นิ่มแย้ม ตอบจดหมายผู้ที่ส่งปัจจัยมาร่วมทำบุญกับทางรายการเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้น อำลาผู้ฟังด้วยเพลง “จำจากจร” ของวงชาตรี

คณะมิตรประชา ทอ. 01 มีนบุรี (เดิมคือ 01 บางซื่อ) ซึ่งถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยเศษ ได้ปิดฉากลงในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ระยะเวลาร่วมหกสิบปี หากเปรียบกับชีวิตคนเรา ก็เหมือนทำงานจนถึงวัยเกษียณ จากนี้ไป คงเหลือไว้แต่เพียงความทรงจำอันสวยงาม สถิตในใจของผู้ฟังทุกท่านตราบนิรันดร์

2 ความคิดเห็น: